Last updated: 6 ส.ค. 2569 | 5 จำนวนผู้เข้าชม |
นอกจาก Slim Fit และ Regular Fit แล้ว อีกหนึ่งทรงสูทองค์กรที่ HR มักเจอในใบเสนอราคาคือ "Relaxed Fit" ซึ่งหลายคนอาจสับสนว่าต่างจากสองทรงแรกอย่างไร และควรสั่งให้พนักงานกลุ่มไหน
บทความนี้เป็นส่วนขยายจาก คู่มือเลือกทรงสูทองค์กรให้เหมาะกับรูปร่างพนักงาน ต่อเนื่องจาก
Slim Fit คืออะไร เหมาะกับใครบ้าง และ
Regular Fit vs Slim Fit ต่างกันอย่างไร โดยครั้งนี้จะเจาะลึกเฉพาะทรง Relaxed Fit ทีละประเด็น
Relaxed Fit คือทรงสูทที่เผื่อพื้นที่ผ้ามากที่สุดในบรรดาสามทรงหลักที่ทีมช่างตัดเย็บของสูทคุณน้อยใช้กับสูทองค์กร เน้นความสบายและอิสระในการเคลื่อนไหวเป็นหลัก มากกว่าการเน้นเส้นสายที่กระชับแบบ Slim Fit
จุดสังเกตหลักของ Relaxed Fit คือไหล่เสื้อและอกเสื้อจะมีพื้นที่เผื่อมากกว่า Regular Fit เล็กน้อย เอวเสื้อไม่คอดเข้ามาก และความยาวตัวเสื้อมักยาวกว่าทรงอื่นเพื่อรองรับการเคลื่อนไหวที่หลากหลายตลอดวันทำงาน

ข้อดีที่ชัดเจนที่สุดของ Relaxed Fit คือความสบายที่พนักงานสัมผัสได้ทันทีเมื่อสวมใส่ เหมาะกับพนักงานที่ต้องยืน เดิน หรือเคลื่อนไหวบ่อยตลอดวัน เช่น งานที่ต้องดูแลลูกค้าหน้างานหรืองานที่ต้องเดินตรวจพื้นที่ เพราะทรงนี้ไม่จำกัดการขยับตัวเหมือนทรงที่กระชับกว่า
นอกจากนี้ Relaxed Fit ยังเหมาะกับพนักงานที่ต้องสวมชุดทำงานเป็นเวลานานตลอดวัน เพราะความสบายที่มากกว่าช่วยลดความเมื่อยล้าและความอึดอัดสะสม ซึ่งส่งผลดีต่อสมาธิและประสิทธิภาพในการทำงานในระยะยาว
แผนกที่มักได้ประโยชน์จาก Relaxed Fit มากที่สุดคือฝ่ายปฏิบัติการ ฝ่ายต้อนรับที่ต้องยืนเป็นเวลานาน หรือฝ่ายที่ต้องเดินตรวจพื้นที่หน้างานเป็นประจำ เพราะลักษณะงานเหล่านี้ต้องการอิสระในการเคลื่อนไหวมากกว่าความกระชับของเส้นสาย
ในทางกลับกัน แผนกที่เน้นภาพลักษณ์ทันสมัยหรือต้องพบลูกค้าเพื่อเจรจาธุรกิจบ่อย อาจไม่ได้ประโยชน์เต็มที่จาก Relaxed Fit เท่ากับ Slim Fit เพราะภาพลักษณ์ที่ได้จะดูผ่อนคลายกว่า ซึ่งเหมาะกับบางบริบทมากกว่าบริบทอื่น การเลือกทรงจึงควรพิจารณาควบคู่กับลักษณะงานของแต่ละแผนกเสมอ

Relaxed Fit เหมาะที่สุดกับพนักงานที่มีโครงร่างใหญ่ทั้งไหล่และลำตัว เพราะพื้นที่เผื่อผ้าที่มากกว่าช่วยให้สวมใส่แล้วไม่รู้สึกอึดอัด นอกจากนี้ยังเหมาะกับพนักงานที่มีหน้าท้องมากกว่าค่าเฉลี่ย ซึ่งทรงที่กระชับอย่าง Slim Fit อาจทำให้ดูไม่เรียบร้อยเท่า Relaxed Fit
หากยังไม่แน่ใจว่าพนักงานในทีมอยู่ในกลุ่มโครงร่างแบบไหน สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ 5 รูปร่างคนไทยที่พบบ่อย และทรงสูทที่เหมาะสม
แม้ Relaxed Fit จะให้ความสบาย แต่ก็ไม่ใช่ทรงที่เหมาะกับทุกคน พนักงานที่มีโครงร่างเพรียว หากใส่ Relaxed Fit อาจดูมีผ้าเหลือเฟือจนหลวมโพรก เสียภาพลักษณ์ความเป็นมืออาชีพไปในทางตรงกันข้าม


ความแตกต่างหลักอยู่ที่ระดับความกระชับและพื้นที่เผื่อการเคลื่อนไหวเช่นเดียวกับ Slim Fit และ Regular Fit แต่ Relaxed Fit ให้พื้นที่เผื่อมากกว่า Regular Fit อีกขั้นหนึ่ง เหมาะกับกลุ่มที่ต้องการความสบายเป็นอันดับแรก มากกว่าความสมดุลระหว่างความเรียบร้อยและความสบายแบบ Regular Fit
เรื่องราคาและเนื้อผ้าก็เช่นเดียวกับที่เคยอธิบายไว้ในการเปรียบเทียบ Regular Fit กับ Slim Fit คือต้นทุนหลักไม่ได้ต่างกันมากระหว่างทั้งสามทรง เพราะเนื้อผ้าที่ใช้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ความแตกต่างอยู่ที่ปริมาณผ้าและวิธีตัดเย็บมากกว่าชนิดของผ้าเอง องค์กรจึงสามารถสั่งทั้งสามทรงในออเดอร์เดียวกัน โดยใช้สีและลายผ้าเดียวกันได้ตามปกติ
อ่านเปรียบเทียบ Regular Fit กับ Slim Fit แบบละเอียดได้ที่ Regular Fit vs Slim Fit ต่างกันอย่างไร
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือการเลือก Relaxed Fit ให้พนักงานที่ต้องพบลูกค้าหรือเจรจาธุรกิจเป็นประจำ เพราะภาพลักษณ์ที่ได้อาจดูผ่อนคลายเกินไปสำหรับบริบทที่ต้องการความน่าเชื่อถือแบบทันสมัย ทำให้พลาดโอกาสเสริมภาพลักษณ์องค์กรในจุดที่สำคัญ
อีกข้อผิดพลาดที่พบได้บ่อยคือการมองว่า Relaxed Fit เหมาะกับทุกคนเพราะใส่สบาย โดยไม่พิจารณาว่าพนักงานโครงร่างเพรียวที่ใส่ Relaxed Fit อาจดูมีผ้าเหลือเฟือจนเสียภาพลักษณ์ความเป็นมืออาชีพไปในทางตรงกันข้าม ทางแก้ที่ทีมงานสูทคุณน้อยแนะนำเสมอคือการประเมินทั้งลักษณะงานและโครงร่างพนักงานควบคู่กันก่อนตัดสินใจ ไม่ใช่พิจารณาเพียงด้านใดด้านหนึ่ง
ก่อนสั่งตัด Relaxed Fit ให้พนักงานกลุ่มใด แนะนำให้เริ่มจากการสำรวจลักษณะงานของแต่ละแผนกควบคู่กับโครงร่างพนักงาน อาจให้ทีมช่างตัดเย็บของสูทคุณน้อยเข้าประเมินหน้างานพร้อมการวัดตัว เพื่อแยกกลุ่มพนักงานที่เหมาะกับ Relaxed Fit ออกจากกลุ่มที่ควรใช้ทรงอื่น
สำหรับองค์กรที่ต้องสั่งตัดจำนวนมาก ดูขั้นตอนแบบเต็มได้ที่ คู่มือ HR สั่งตัดสูทจำนวนมากให้ได้ไซซ์ที่แม่นยำ
Relaxed Fit เป็นทรงสูทที่เน้นความสบายและอิสระในการเคลื่อนไหวเป็นหลัก เหมาะกับพนักงานโครงร่างใหญ่หรือมีลักษณะงานที่ต้องเคลื่อนไหวบ่อย แต่ไม่ใช่ทรงที่ควรสั่งให้ทุกคนในองค์กรโดยไม่พิจารณาโครงร่างและลักษณะงาน
เมื่อรวมทั้งสามทรง Slim, Regular และ Relaxed Fit เข้าด้วยกัน จะเห็นว่าไม่มีทรงไหนดีที่สุดโดยเด็ดขาด แต่ละทรงมีจุดแข็งที่เหมาะกับสถานการณ์ต่างกัน การแยกกลุ่มพนักงานตามโครงร่างและลักษณะงานให้ชัดเจนตั้งแต่ต้นจึงเป็นกุญแจสำคัญที่สุดของการสั่งตัดสูทองค์กรให้ได้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่า
กลับไปอ่านภาพรวมทั้งหมดของการเลือกทรงสูทองค์กรได้ที่ คู่มือเลือกทรงสูทองค์กรให้เหมาะกับรูปร่างพนักงาน
1 พ.ย. 2568
14 มิ.ย. 2568